ความเป็นมาของเทคโนโลยีทางการศึกษา

 
 

                    เทคโนโลยีการศึกษาพัฒนามาจากโสตทัศนศึกษาซึ่งเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการนำโสตทัศนวัสดุอุปกรณ์มาใช้ในการศึกษา เพื่อช่วยให้การจัดการเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพศาสตร์ดังกล่าวมีหลักฐานแสดงการใช้มาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณและโรมัน โดยการนำรูปปั้นรูปแกะสลักการแสดงละครมาใช้สอนประวัติศาสตร์และศาสนาบุคคลซึ่งถือได้ว่ามีส่วนในการพัฒนาเทคโนโลยีการศึกษาระยะเริ่มแรก ได้แก่
                    เพลโต (Aristocles Plato, 427 – 347 ก่อน ค.ศ.) นักปราชญ์ชาวกรีก ผู้ริเริ่มแนวคิด และนำโสตทัศนวัสดุอุปกรณ์การใช้ในการสอน
                    ซิเซโร (Marcus Tullius Cicero, 106 – 43 ก่อน ค.ศ.) ชาวโรมัน ผู้ใช้ทัศนวัสดุ ในการแสดงปาฐกถา ทำให้คนเชื่อถือมากกว่าพูดปากเปล่า
                    อิรัสมุส (Desiderius Erasmus, ค.ศ. 1466 – 1536) ชาวดัทช์ ผู้ริเริ่มการสอนแบบพาผู้เรียนไปศึกษานอกสถานที่ และให้ผู้เรียนศึกษาแบบทดลองปฏิบัติ
                    เบคอน (Francia Bacon, ค.ศ. 1561 – 1626) ชาวอังกฤษ ผู้ให้แนวคิดว่าผู้เรียนควรได้มีประสบการณ์จริง เพื่อนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
                    โคเมนิอุส (Johann Amos Comenius, ค.ศ. 1592 – 1670) ผู้ได้รับสมญาว่าเป็น "บิดาแห่งโสตทัศนศึกษา" ได้นำวิธีการสอนโดยการเรียนการสอนแบบธรรมชาติมาใช้และแต่งแบบเรียนชื่อ "ออร์บิสพิคตุส" (Obis Pictus) ซึ่งมีภาพประกอบถึง 150 ภาพ ทั้งยังให้แนวคิดว่า เมื่อต้องการสอนให้ผู้เรียนรู้สิ่งใดต้องนำสิ่งนั้นมาให้ดู ไม่ใช่เอ่ยชื่อหรือบอกด้วยสัญลักษณ์เท่านั้น
                    ลอค (John Lock, ค.ศ. 1632 – 1704) ชาวอังกฤษ ผู้สนับสนุนแนวคิดของโคเมนิอุส โดยกล่าวว่าความรู้เกิดจากประสบการณ์ การศึกษาควรมีการปฏิบัติจริง และการเรียนการสอนควรมีลักษณะเรียนปนเล่น
                    รุสโซ (Jean Jacque Rousseau, ค.ศ. 1712 – 1778) ชาวฝรั่งเศส ให้แนวคิดว่า การเรียนการสอน จะต้องสร้างบรรยากาศให้อยู่ในสภาพของความเป็นจริง ต้องมีการเรียนรู้โดยใช้สัมผัสทั้ง 5 และใช้โสตทัศนอุปกรณ์ช่วยในการสอน
                    เปสตารอสซี (Johaan Hirich Pestalozzi, ค.ศ. 1746 – 1826) ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ผู้สนับสนุนการใช้โสตทัศนศึกษา ในการสอนวิชาต่าง ๆ เพื่อใช้ผู้เรียนฝึกสังเกต ทดลองและปฏิบัติจริงจากของจริง
                    แฮร์บาร์ท (Johaan Friederich Herbart, ค.ศ. 1776 – 1841) นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน ผู้ให้ทฤษฎีการสอนที่เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีการศึกษาในปัจจุบัน โดยกล่าวว่า ผู้เรียนเรียนได้ดีที่สุด เมื่อเขาสนใจในสิ่งที่เรียน ทั้งยังแนะนำวิธีใช้วัสดุอุปกรณ์ให้ผู้เรียนสามารถปฏิบัติและค้นคว้าได้เอง
                    ธอร์นไดค์ (Edward Lee Thorndike) ชาวอเมริกัน ผู้ให้กำเนิดทฤษฎีสิ่งเร้าและการตอบสนอง S – R Theory และเป็นบุคคลแรกที่เขียนบทเรียนโปรแกรม
                    สกินเนอร์ (Burrhus F.Skinner)ชาวอเมริกัน ผู้ริเริ่มงานด้านบทเรียนโปรแกรมและเครื่องช่วยสอน

          ความเป็นมาของเทคโนโลยีการศึกษาในประเทศไทย

                   สำหรับความเป็นมาของเทคโนโลยีการศึกษาในประเทศไทย ปรากฏหลักฐานนับตั้งแต่ยุคสุโขทัย
ตอนต้น โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช คิดประดิษฐ์อักษรไทย ในปี พ.ศ.1826 และสลักในศิลา ศิลาจารึกจึงเป็นเทคโนโลยีที่บันทึกเหตุการณ์ และเป็นนวัตกรรมของยุคนั้น อักษรไทยเกิดขึ้นก็เป็นพื้นฐานของการศึกษาแขนงต่างๆ สำหรับยุคอยุธยามีเทคโนโลยีการศึกษาที่สำคัญคือ แบบเรียนภาษาไทยเล่มแรกชื่อจินดามณี และการตั้งโรงเรียนและวิทยาลัย ใช้รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น มีศิลาจารึกวิชาการต่าง ๆ ลงบนผนังและศาลาภายในวัดพระเชตุพน โดยมีทั้งรูปภาพและรูปปั้นประกอบ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมาก็พัฒนาขึ้นตามลำดับจนถึงปัจจุบัน
                 การยอมรับความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา จนถือว่าเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง เริ่มอย่างจริงจังในประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2483 โดยมีการจัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษา ขึ้นในกองการศึกษาผู้ใหญ่ กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2497 จัดตั้งแผนกโสตทัศนศึกษา ที่วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ต่อจากนั้นก็มีการเปิดสอนเป็นวิชาแขนงหนึ่ง มีการสอนในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
                 ปัจจุบันงานด้านเทคโนโลยีการศึกษามีขอบข่ายกว้างขวางขึ้น มีหน่วยงานเฉพาะด้านเกิดขึ้นและเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามลักษณะงาน เช่น ศูนย์สื่อ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา สถาบันวิทยบริการ เป็นต้น

 
    กลับหน้าหลัก